|
สาเหตุ |
เกิดจากการติดไรในหูที่มีชื้อว่า "Otodectes cynotis" หรือที่เราเรียกกันว่า "ear mite" มักชอบอยู่ในที่อับและมี ความชื้น |
อาการ
|
เกาที่ใบหูหรือสะบัดหัวไปมา ถ้าดูภายในหูจะพบขี้หูที่มีลักษณะเป็นสีดำหรือสีน้ำตาลเข้มเป็นจำนวนมาก รวมทั้งอาจพบน้ำ และบางกรณีอาจมีการอักเสบของหู ร่วมด้วยทำให้แมวรู้สึกคันมากและแมวจะแสดงออกโดยการเกาหรือสะบัดหัวไปมา
|
การตรวจวินิจฉัย |
ทำได้โดยการใช้ไม้สำลีแคะหู(Cotton bud)เก็บตัวอย่างขี้หูไปส่องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อดูตัวไร
|
| |
*** การพบขี้หูสีดำจำนวนมาก และวินิจฉัยว่าเป็นไรในหูนั้นไม่ใช่การวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพราะมีปัญหาช่องหูอักเสบหลายอย่างที่ทำให้เกิดขี้หูสีดำปริมาณมากได้ ดังนั้นดีที่สุดคือเก็บตัวอย่างขี้หูไปส่องกล้องหาตัวไร ***
|
ข้อสังเกตุ |
ไรในหูจะอาศัยอยู่แต่ภายในรูหูเท่านั้น ในขณะที่ไรขี้เรื้อนแห้งก็จะอยู่ที่ผิวหนังใบหู ขอบหูแต่ไม่เข้าไปในรูหูเช่นกัน (แต่สัตว์บางตัวก็อาจจะเป็นทั้ง 2 อย่างพร้อมๆกันได้นะครับ)
|
|
การรีกษา
|
1. ฉีดยา Ivermectin 300 ไมโครกรัม/กิโลกรัม ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง 2 ครั้ง ห่างกัน 14 วัน |
| 2. หรือหยอดหลังด้วย Revolution หยอด 3 ครั้ง ห่างกันครั้งล่ะ 14 วัน |
|
|
5. ร่วมกับการรักษาบรรเทาตามอาการต่างๆ เช่นยาลดคัน, ยาปฏิชีวนะในรายที่มีการติดเชื้อในช่องหูแทรกซ้อน, การใส่ collar ป้องกันการเกา
|
|
ความสำคัญ |
 ไรในหูเป็นโรคที่สามารถติดต่อสัตว์อื่นได้ จึงควรแยกบริเวณจากสัตว์อื่นๆจนกว่าจะหายดี |
 ไรในหูเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้ แต่สามาถติดต่อกลับมาเป็นอีกได้เช่นกัน |
|
อ้างอิงจาก : www.click2vet.com
ด้วยความเอื้อเฟื้อจาก
น.สพ.กิติกร เกียรติยิ่งอังศุลี |
|
| |