
FLUTD : โรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในแมว
|
โรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในแมวหรือ FLUTD ประกอบด้วยกลุ่มอาการต่างๆซึ่งส่วนใหญ่ก่อให้เกิดการอักเสบของทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง แมวป่วยมักแสดงอาการเหมือนกระเพาะปัสสาวะอักเสบในคน เช่นการมีเลือดในปัสสาวะ อาการปัสสาวะไม่ออกหรือลำบาก
|
ในแมวบางตัว การเกิดผลึกนิ่วในทางเดินปัสสาวะส่วนล่างสามารถทำให้เกิดการอุดตันทางเดินปัสสาวะได้ ซึ่งพบได้บ่อยในแมวเพศผู้เนื่องจาก ท่อปัสสาวะของแมวเพศผู้แคบกว่าท่อปัสสาวะของแมวเพศเมีย ในแมวที่ไม่สามารถถ่ายปัสสาวะได้ สามารถเสียชีวิตได้ภายใน 2-4 วัน เนื่องจากกรณีที่มีการอุดตัยของท่อปัสสาวะนั้นจะทำให้น้ำปัสสาวะไหลย้อนกลับขึ้นไปทำลายไต และทำให้เกิดไตวายตามมาได้
|
|
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
|
ไม่มีสาเหตุที่แน่นอนของโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง แต่จากการศึกาพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงดังนี้
|
อาหาร : ระดับแร่ธาตุบางชนิดที่สูงเกินไปจะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดผลึกนิ่วในปัสสาวะ แร่ธาตุแมกนีเซียมและฟอสฟอรัส เป็นส่วนประกอบสำคัญของในนิ่วสตรูไวท์ (struvite) ซึ่งเป็นนิ่วี่พบได้บ่อย ดังนั้นจึงควรีการควบคุมปริมาณแร่ธาตุเหล่านี้ในอาหารให้มีปริมาณน้อย นอกจากนี้อาหารแมวยังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรด-ด่างในปัสสาวะ ซึ่งนิ่วแต่ล่ะชนิดจะมีการก่อตัวในสภาพความเป็นกรด-ด่างที่แตกต่างกัน เช่นนิ่วสตรูไวท์จะก่อตัวในปัสสาวะที่เป็นด่าง ในขณะที่นิ่วแคลเวียมออกซาเลท (calcium oxalate) จะก่อตัวได้ดีในปัสสาวะที่เป็นกรด ดังนั้นการให้อาการที่ปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่างของปัสสาวะได้เหมาะสมก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดผลึกนิ่ว
|
พฤติกรรม : การขาดการออกกำลังกาย การถูกกักขัง การกินน้ำน้อย การอั้นปัสสาวะ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล้าง |
สภาพร่างกาย : แมวที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนเนื่องจากอาหารและปัจจัยแวดล้อม มความเสี่ยงต่อการเกิโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง |
เพศ : แมวทั้งเพศผู้และเพสเมียมีความเสี่ยงในการเกิดโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่างเทาๆกัน แต่แมวเพศผู้มีความเสี่ยงในการเกิดการอุดตันมากกว่าแมวเพศเมีย เนื่องจากลักษณะทางกายภาพของท่อทางเดินปัสสาวะที่เล็กกว่าแมวเพศเมีย |
ความเครียด : การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม หรือการมีสัตว์เลี้ยงตัวใหม่
|
*** จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่าการทำหมันแมวเพศผู้ตั้งแต่อายุน้อย ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่ว หรือปัญหาท่อทางเดินปัสสาวะส่วนล่างอุดตันแต่อย่างใด ***
|
อาการของแมวที่เป็นโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง |
• ปัสสาวะบ่อย แต่ปริมาณน้อย |
• ปัสสาวะผิดที่ หรือปัสสาวะนอกกระบะทราย |
• มีเลือดในปัสสาวะ |
| • เลียที่อวัยวะเพศบ่อยๆ โดยเฉพาะในแมวตัวผู้ |
• สดงอาการเจ็บปวด หรือเกร็งเวลาถ่ายปัสสาวะ
|
*** ในแมวที่ไม่สามรถถ่ายปัสสาวะได้ เนื่องจากเกิดกาอุดตันทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง จำเป็นต้องได้รับการรักษาทันที เพราะเป็นปัญหาที่อันตรายถึงชีวิต ***
|
|
|
การวินิจฉัยโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง |
• จากประวัติและอาการ : ปัสสาวะเป็นเลือด หรือปัสสาวะไม่ออก |
• จากการตรวจร่างกาย : เจ็บเกร็งเมื่อคลำช่องท้อง พบกระเพาะปัสสาวะมีขนาดใหญ่ในรายที่การอุดตันทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง |
• การตรวจวิเคาะห์ปัสสาวะเพื่อดูผลึกที่ละลายอยู่ในปัสสาวะ (เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการระบุชนิดของนิ่ว) |
• การ x-ray หรือ ultrasound ช่องท้อง เพื่อดูก้อนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ อาจพบหรือไม่พบก้อนนิ่วก้ได้ เนื่องจากก้อนนิ่วมีหลายชนิด มีทั้งแบบที่มองเห็นและมองไม่เห็น
|
การรักษาโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง
|
ขึ้นอยู่กับอาการ ลักษณะของปั๋ญหา การอุดตัน และชนิดของก้อนนิ่ว
|
• การรักษาทางยา : ยาปฏิชีวนะในรายที่มีการติดเชื้อ ยาขับปัสสาวะ หรือกลุ่มยาที่มีฤทธิ์ขยายท่อปัสสาวะ |
• การปรับสมดุลกรดด่างของปัสสาวะ เพื่อให้นิ่วละลาย (ต้องทราบชนิดของนิ่วที่เป็นก่อน) |
• การสอดท่อปัสสาวะในรายที่มีการอุดตัน |
• การให้สารน้ำ เพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำ และการบรรเทาตามอาการอื่นๆ |
• กรณีมีก้อนนิ่ว ขึ้นอยู่กับชนิดของนิ่วว่าจะผ่าตัด รักษาด้วยยา หรืออาหารสัตว์ป่วยเฉพาะโรค |
• การผ่าตัดแปลงเพศในแมวเพศผู้ที่เกิดการอุดตันท่อทางเดินปัสสาวะส่วนล่งแบบแก้ไขไม่ได้
|
การดูแลระยะยาว |
• เลือกใช้อาหารสัตว์ป่วยเฉพาะโรคที่เหมาะสมกับปัญหาที่เป็น |
• ไม่ให้แมวกินของขบเคี้ยว อาหารปรุงเอง หรือวิตามินอาหารเสริมเองโดยเด้ดขาด |
• จัดหาน้ำดื่มที่สะอาดให้แมว หากจำเป็นอาจต้องบังคับป้อนน้ำให้แมวเป็นระยะ |
• หมั่นดูแลกระบะทราย ดูการขับถ่ายของแมวเป็นประจำ |
ี• เมื่อแมวเริ่มแสดงอาการผิดปกติเกี่ยวกับปัญหาทางเดินปัสสาวะส่วนล่างรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันท
ี |
ข้อแนะนำในการให้อาหารสัตว์ป่วยเฉพาะโรค
|
อาการเบื่ออาหารหรือปฏิเสธอาหารสัตว์ป่วยเฉพาะโรคอาจพบได้ในแมวหลายๆตัว หากแมวของท่านปฏิเสธการกินอาหารให้ลองปฏิบัติดังนี้
|
• เปลี่ยนแปลงอาหารอย่างช้าๆ โดยเริ่มจากการผสอาหารใหม่กับอาหารเก่า และค่อยๆเพิ่มสัดส่วนอาหารใหม่ทุกๆวันทีละน้อย จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นอาหารใหม่ 100%
|
• หากเป็นอาหารเปียกสามารถอุ่นอาหาร ให้อุ่นๆ เพื่อเพิ่มความน่ากินของอาหาร ระวังอย่าให้อุณหภูมิสูงเกินไป
|
• หากแมวของท่านไม่ยอมกินอาหารเกินกว่า 48 ชั่วโมง รีบปรึกษาสัตวแพทย์ทันที
|
*** ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องใช้วิธีการบังคับป้อนอาหาร โดยใช้อาหารผสมน้ำและปั่นให้ละเอียด และบังคับป้อนด้วย Syringe หรืออาจผสมอาหารที่แมวชอบ แต่ต้องเป็นอาหารที่ไม่ปรุงรสลงไปในอาหารสัตว์ป่วยโดยอัตราส่วนไม่เกิน 10% ของปริมาณอาหารสัตว์ป่วยที่ต้องกิน เพื่อเพิ่มความน่ากินของอาหาร (อาหารสัตว์ป่วยเฉพาะโรคต่อให้ดีเลิศแค่ไหนก็ตาม ถ้าไม่สามารถทำให้สัตว์กินได้ก้ไม่มีประโยชน์) ***
|
อาหารสัตวป่วยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับปัญหาทางเดินปัสสาวะส่วนล่างและปัญหานิ่ว |
1. อาหารแมวป้องกันนิ่วทุกชนิด c/d (อาหารเม็ด) ของบริษัท Hill's |
2. อาหารแมวสลายนิ่วสตรูไวท์ s/d (อาหารเม็ด) ของบริท Hill's |
3. อาหารแมวสลายนิ่วชนิดสตรูไวท์ (อาหารเปียก) ของบริษัท Hill's |
4. Urinary S/O สูตรรักษาโรคทางเดินปัสสาวะ (อาหารเม็ด) ของ Royal Canin |
5. Urinary S/O สูตรรักษาโรคทางเดินปัสสาวะ (อาหารเปียก) ของ Royal Canin |
|
อ้างอิงจาก : www.click2vet.com
ด้วยความเอื้อเฟื้อจาก
น.สพ.กิติกร เกียรติยิ่งอังศุลี |
|
| |